365WECARE

เครื่องผลิตออกซิเจนคืออะไร?

เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ดูดอากาศจากภายนอก (ซึ่งมีออกซิเจนประมาณ 21%) แล้วแยกก๊าซไนโตรเจนออกด้วยเทคโนโลยี PSA – Pressure Swing Adsorption เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของออกซิเจนให้สูงถึงประมาณ 90–96% ก่อนส่งผ่านสายให้ออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายผู้ป่วย

ต่างจากถังออกซิเจนแบบแรงดันสูง เครื่องชนิดนี้สามารถ “ผลิตออกซิเจนได้ต่อเนื่อง” ตราบเท่าที่มีไฟฟ้า จึงเหมาะกับการใช้งานระยะยาวที่บ้าน 

หลักการทำงานของเครื่องผลิตออกซิเจน

  • ดูดอากาศจากภายนอกเข้าสู่เครื่อง

  • กรองฝุ่นและสิ่งปนเปื้อน

  • ใช้สารดูดซับ (Zeolite) แยกไนโตรเจนออก

  • ส่งออกซิเจนความเข้มข้นสูงไปยังสายให้ออกซิเจน

  • ผู้ป่วยรับออกซิเจนผ่านสาย Cannula หรือหน้ากาก

 

กระบวนการนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอ

ใครบ้างที่เหมาะกับการใช้เครื่องผลิตออกซิเจน?

เครื่องผลิตออกซิเจนเหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะพร่องออกซิเจนในเลือด (Hypoxemia) เช่น

  • ผู้ป่วย Chronic Obstructive Pulmonary Disease (COPD)

  • ผู้ป่วย Asthma ที่มีอาการรุนแรง

  • ผู้ป่วย Pneumonia

  • ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง หรือพังผืดในปอด

  • ผู้ป่วยโรคหัวใจบางชนิด

  • ผู้สูงอายุที่ค่า SpO₂ ต่ำกว่าปกติ

 

  • โดยทั่วไป แพทย์มักพิจารณาให้ใช้ออกซิเจนเมื่อค่า SpO₂ ต่ำกว่า 88–92% ขึ้นอยู่กับภาวะของผู้ป่วย

ประเภทของเครื่องผลิตออกซิเจน

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบตั้งพื้น (Home Use)

  • อัตราการไหล 3–10 ลิตร/นาที

  • เหมาะสำหรับใช้งานที่บ้าน

  • ต้องเสียบปลั๊กตลอดเวลา

  • ให้ปริมาณออกซิเจนแบบ Continuous Flow

เครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพา (Portable)

 

  • น้ำหนักเบา มีแบตเตอรี่

  • อัตราการไหล 1–5 ลิตร/นาที

  • บางรุ่นใช้ระบบ Pulse Dose (ปล่อยออกซิเจนเฉพาะตอนหายใจเข้า)

  • เหมาะสำหรับเดินทางหรือออกนอกบ้าน

ข้อดีของเครื่องผลิตออกซิเจน

 

  • ผลิตออกซิเจนได้ต่อเนื่อง ไม่ต้องเติมถัง

  • ลดความเสี่ยงจากถังแรงดันสูง

  • ใช้งานง่าย เหมาะกับการดูแลระยะยาว

  • คุ้มค่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับการเช่าถัง

ข้อจำกัดที่ควรรู้

 

  • ต้องใช้ไฟฟ้าตลอดเวลา (ควรมี UPS หรือแหล่งไฟสำรอง)

  • มีเสียงขณะทำงาน (ประมาณ 40–55 เดซิเบล)

  • ต้องดูแลทำความสะอาดไส้กรองสม่ำเสมอ

  • ไม่ใช่อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินในภาวะวิกฤตเฉียบพลันรุนแรง

วิธีเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจน

ดูอัตราการไหล (Flow Rate)

เลือกตามแพทย์สั่ง เช่น 2–3 ลิตร/นาที หรือมากกว่านั้น

ตรวจสอบความเข้มข้นออกซิเจน

ควรอยู่ที่ ≥ 90%

ระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย

  • แจ้งเตือนออกซิเจนต่ำ

  • แจ้งเตือนไฟดับ

  • แจ้งเตือนความดันผิดปกติ

ระดับเสียง

เหมาะกับใช้งานในห้องนอน

การรับประกันและศูนย์บริการ

ควรมีอะไหล่และบริการหลังการขายชัดเจน

วิธีใช้งานอย่างถูกต้อง

 

  • วางเครื่องในที่อากาศถ่ายเท

  • ต่อขวดทำความชื้น (Humidifier) หากใช้งานเกิน 2 ลิตร/นาที

  • ปรับอัตราการไหลตามแพทย์สั่ง

  • ใช้เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้วควบคู่

  • ทำความสะอาดไส้กรองตามคู่มือ

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย

 

  • ห้ามสูบบุหรี่ใกล้เครื่อง

  • หลีกเลี่ยงเปลวไฟหรือประกายไฟ

  • อย่าปิดช่องระบายอากาศของเครื่อง

  • ควรมีแหล่งไฟสำรองในกรณีไฟดับ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เครื่องผลิตออกซิเจนใช้แทนถังออกซิเจนได้หรือไม่?

ได้ในกรณีใช้งานระยะยาวที่บ้าน แต่กรณีฉุกเฉินอาจยังต้องใช้ถังสำรอง

ต้องใช้ตลอดชีวิตหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับโรคและระดับความรุนแรง บางรายใช้เฉพาะช่วงกำเริบ

ค่าไฟสูงไหม?

โดยเฉลี่ยประมาณ 300–600 บาทต่อเดือน ขึ้นกับกำลังวัตต์และชั่วโมงใช้งาน

 

 

 

 
 
 
 

เครื่องผลิตออกซิเจนแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ 2 ประเภท คือ

 

1) Continuous Flow Portable Oxygen Concentrators

        เป็นเครื่องผลิตออกซิเจนแบบพกพาที่ค่อนข้างมีน้ำหนักเบาและพกพาง่าย ผลิตออกซิเจนได้ในปริมาณมากและเพียงพอในแต่ละวัน โดยผลิตออกซิเจนได้ประมาณ 3 – 5 ลิตรต่อนาทีเลยทีเดียว สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องผลิตออกซิเจนพกพาไปใช้งานนอกสถานลิตออกซิเจนที่ใช้งานสะดวกมากกว่าแบบ Pulse Dose เนื่องจากสามารถจัดการกับปริมาณออกซิเจนให้เหมาะสมกับผู้ป่วยได้ดีกว่า ก็ถือได้ว่า Continuous Flow Portable Oxygen Concentrators สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

2) Pulse Dose Portable Concentrators

        เป็นเครื่องผลิตออกซิเจนที่ลำเลียงออกซิเจนออกมาเป็นระยะๆ เมื่อผู้ป่วยหายใจเข้า ซึ่งเครื่องผลิตออกซิเจนแบบ Pulse Dose สามารถผลิตออกซิเจนได้ 450 – 1250 มิลลิลิตร/นาที ในระยะสั้นๆ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องการออกซิเจนไม่มากนักไปจนถึง 2 ลิตร/นาที


        ซึ่งเครื่องผลิตออกซิเจนทั้ง 2 ประเภทนี้ก็มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกันออกไปเพื่อให้เหมาะสมกับผู้ป่วยโดยเฉพาะ ซึ่งถ้าหากผู้อ่านเข้าใจความสามารถในการทำงานของเครื่องผลิตออกซิเจนแต่ละประเภทก็จะช่วยให้แน่ใจได้ว่าเครื่องผลิตออกซิเจนแบบใดที่ตอบโจทย์การใช้งานได้มากที่สุด 

 

เครื่องผลิตออกซิเจนมีกี่ขนาด 

  • เครื่องผลิตออกซิเจน 3 ลิตร  หมายถึงการปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายต่อนาทีเป็นจำนวนลิตร นั่นคือปรับได้สูงสุด 3 ลิตร ต่อนาที(1-3 ลิตร)
  • ✿ เครื่องผลิตออกซิเจน 5 ลิตร หมายถึงการปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายต่อนาทีเป็นจำนวนลิตร นั่นคือปรับได้สูงสุด 5 ลิตร ต่อนาที(1-5 ลิตร)
  • ✿ เครื่องผลิตออกซิเจน 8 ลิตร หมายถึงการปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายต่อนาทีเป็นจำนวนลิตร นั่นคือปรับได้สูงสุด 8 ลิตร ต่อนาที(1-8 ลิตร)
  • ✿ เครื่องผลิตออกซิเจน 10 ลิตร หมายถึงการปรับอัตราการไหลของออกซิเจนเข้าสู่ร่างกายต่อนาทีเป็นจำนวนลิตร นั่นคือปรับได้สูงสุด 10 ลิตร ต่อนาที(1-10ลิตร)

 

การดูแลรักษาเครื่องออกซิเจน 

ควรตั้งเครื่องไว้ในบริเวณที่โล่งหรือที่ให้ลมผ่านสะดวก ควรวางห่างจากกำแพง อย่างน้อย 1 ฟุต ไม่ควรวางเครื่องไว้ชิดกำแพง ห้ามวางเครื่องบนโฟม ฟูก พรม และหลีกเลี่ยงการวางเครื่องในพื้นที่ที่ไม่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี

 การเปิดปิดเครื่องแต่ละครั้งควรเว้นระยะเวลาให้เครื่องเซ็ตอัพอย่างน้อย 5 นาที

 ก่อนใช้ฟังก์ชั่นพ่นยาต้องปรับระดับอัตราการไหลของออกซิเจนเป็น 0 ลิตรต่อนาที ก่อนทุกครั้ง

 เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีไฟฟ้าดับหรือไม่มีไฟฟ้า

 เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีกระแสไฟฟ้าตกเกิน 10% จากกระแสไฟที่จ่าย

 ในกรณีที่ไม่ใช้งานควรดึงปลั๊กไฟออกทุกครั้ง

 ในกรณีเคลื่อนย้ายเครื่องต้องวางเครื่องในแนวตั้งเท่านั้น และถอดกระป๋องนํ้าให้ความชื้น ออกจากเครื่องทุกครั้ง

 ในกรณีเครื่องมีปัญหาขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อบริษัทฯ ผู้จัดจำหน่าย

 ควรหมั่นทำความสะอาดภายนอกเครื่องโดยใช้ผ้าชุบนํ้าหมาดๆ เช็ดให้ทั่วและใช้นํ้ายาฆ่าเชื้อ เช็ดอีกครั้งอย่างสมํ่าเสมอ

 ควรทำความสะอาดไส้กรองข้างเครื่องทุกสัปดาห์ โดยล้างนํ้าและผึ่งลมให้แห้ง

 ควรเปลี่ยนไส้กรองในเครื่องอย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน 

 

       เครื่องผลิตออกซิเจน เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นจะต้องใช้อย่างมากในวงการการแพทย์ เนื่องจากจะต้องใช้ผลิตออกซิเจนให้กับผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูอาการของโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้ เช่น โรคปอด โรคถุงลมโป่งพอง เป็นต้น การใช้เครื่องผลิตออกซิเจนจะช่วยทำให้การรับออกซิเจน และการหายใจของผู้ป่วยนั้นมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น  โดยปกติแล้ว เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) จะใช้เป็นอุปกรณ์เสริมร่วมกับเครื่อง CPAP ในผู้ป่วยที่ประสบปัญหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea) ร่วมกับโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น โรคถุงลมโป่งพอง ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เป็นต้น ซึ่งการเลือกซื้อเครื่องผลิตออกซิเจนนั้นต้องได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน ว่าควรใช้แบบใดเพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยในการใช้งานอย่างถูกวิธี

 

 

คำเตือนและการดูแลรักษาเครื่องออกซิเจน 


1. ควรตั้งเครื่องไว้ในบริเวณที่โล่งหรือที่ให้ลมผ่านสะดวก ควรวางห่างจากกำแพง อย่างน้อย 1 ฟุต ไม่ควรวางเครื่องไว้ชิดกำแพง ห้ามวางเครื่องบนโฟม ฟูก พรม และหลีกเลี่ยงการวางเครื่องในพื้นที่ที่ไม่สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี

2. การเปิดปิดเครื่องแต่ละครั้งควรเว้นระยะเวลาให้เครื่องเซ็ตอัพอย่างน้อย 5 นาที

3. ก่อนใช้ฟังก์ชั่นพ่นยาต้องปรับระดับอัตราการไหลของออกซิเจนเป็น 0 ลิตรต่อนาที ก่อนทุกครั้ง

4. เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีไฟฟ้าดับหรือไม่มีไฟฟ้า

5. เครื่องจะไม่สามารถทำงานได้ ในกรณีกระแสไฟฟ้าตกเกิน 10% จากกระแสไฟที่จ่าย

6. ในกรณีที่ไม่ใช้งานควรดึงปลั๊กไฟออกทุกครั้ง

7. ในกรณีเคลื่อนย้ายเครื่องต้องวางเครื่องในแนวตั้งเท่านั้น และถอดกระป๋องนํ้าให้ความชื้น ออกจากเครื่องทุกครั้ง

8. ในกรณีเครื่องมีปัญหาขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้ กรุณาติดต่อบริษัทฯ ผู้จัดจำหน่าย

9. ควรหมั่นทำความสะอาดภายนอกเครื่องโดยใช้ผ้าชุบนํ้าหมาดๆ เช็ดให้ทั่วและใช้นํ้ายาฆ่าเชื้อ เช็ดอีกครั้งอย่างสมํ่าเสมอ

10. ควรทำความสะอาดไส้กรองข้างเครื่องทุกสัปดาห์ โดยล้างนํ้าและผึ่งลมให้แห้ง

https://sites.google.com/site/nursingbcn/home

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้