365WECARE

เครื่องดูดเสมหะ คืออะไร? อุปกรณ์สำคัญสำหรับการดูแลทางเดินหายใจ

เครื่องดูดเสมหะ คืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้แรงดูด (Suction) เพื่อกำจัดเสมหะ น้ำลาย เลือด หรือสารคัดหลั่งออกจากปาก จมูก หรือท่อช่วยหายใจ ช่วยให้ผู้ป่วยหายใจได้สะดวกขึ้น และลดความเสี่ยงภาวะทางเดินหายใจอุดตัน

มักใช้ในโรงพยาบาล คลินิก และการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ไม่สามารถไอขับเสมหะเองได้ 

ประเภทของเครื่องดูดเสมหะ

เครื่องดูดเสมหะแบบไฟฟ้า (Electric Suction Machine)

  • ใช้พลังงานไฟฟ้า

  • แรงดูดสม่ำเสมอ

  • เหมาะสำหรับใช้ที่บ้านหรือสถานพยาบาล

  • มีทั้งแบบตั้งโต๊ะและแบบพกพา

เครื่องดูดเสมหะแบบใช้มือบีบ (Manual Suction)

  • ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า

  • ใช้ในกรณีฉุกเฉิน

  • ขนาดเล็ก พกพาง่าย

เครื่องดูดเสมหะแบบติดผนัง (Wall Suction)

  • ใช้ในโรงพยาบาล

  • ต่อกับระบบสุญญากาศส่วนกลาง

  • แรงดูดคงที่ เหมาะกับผู้ป่วยวิกฤต

ใครบ้างที่จำเป็นต้องใช้เครื่องดูดเสมหะ

  • ผู้ป่วยติดเตียง

  • ผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง (เช่น COPD)

  • ผู้ป่วยหลังผ่าตัด

  • ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ

  • ผู้สูงอายุที่ไอขับเสมหะได้ไม่ดี

ส่วนประกอบหลักของเครื่องดูดเสมหะ

  • ตัวเครื่องสร้างแรงดูด

  • ขวดเก็บเสมหะ

  • สายดูดเสมหะ (Suction Tube)

  • สายต่อและหัวดูด (Catheter)

  • ตัวปรับระดับแรงดูด

วิธีเลือกเครื่องดูดเสมหะให้เหมาะสม

เลือกตามลักษณะการใช้งาน

ดูแลที่บ้าน → แบบไฟฟ้าพกพา
โรงพยาบาล → ระบบติดผนัง

พิจารณาระดับแรงดูด

ควรปรับแรงดูดได้ เพื่อความปลอดภัย

เสียงเครื่องไม่ดังเกินไป

เหมาะกับการใช้งานในบ้าน

ทำความสะอาดง่าย

ลดการสะสมเชื้อโรค

การใช้งานเครื่องดูดเสมหะอย่างถูกวิธีและปลอดภัย

เครื่องดูดเสมหะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยกำจัดเสมหะหรือสารคัดหลั่งออกจากทางเดินหายใจ เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ไอขับเสมหะเองไม่ได้ เช่น ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ หรือผู้ป่วยโรคปอดเรื้อรัง การใช้งานต้องทำอย่างถูกขั้นตอนเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและการติดเชื้อ

  • เครื่องดูดเสมหะ
  • สายดูดเสมหะ
  • ขวดเก็บเสมหะ
  • ถุงมือสะอาดหรือปลอดเชื้อ
  • น้ำเกลือ 

การดูแลและทำความสะอาด

  • ล้างขวดเก็บเสมหะทุกครั้งหลังใช้งาน

  • เปลี่ยนสายดูดตามคำแนะนำ

  • ตรวจสอบระบบแรงดูดสม่ำเสมอ

  • เก็บในที่แห้งและสะอาด

ข้อควรระวังในการใช้งาน

  • ควรได้รับการฝึกวิธีใช้จากบุคลากรทางการแพทย์

  • ไม่ตั้งแรงดูดสูงเกินไป

  • หลีกเลี่ยงการดูดนานเกินจำเป็น

  • สังเกตอาการเลือดออกหรือระคายเคือง

สรุป

เครื่องดูดเสมหะเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดูแลระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ไม่สามารถขับเสมหะเองได้ การเลือกใช้เครื่องที่เหมาะสม ดูแลรักษาอย่างถูกวิธี และใช้งานภายใต้คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 
 
 
 
 

วิธีการใช้เครื่องดูดเสมหะ

แบ่งเป็น 2 แบบขึ้นกับผู้ป่วยสะดวกที่จะดูดเสมหะทางไหน

1. ดูดเสมหะทางปาก

      เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ทำความความสะอาดมือ ใส่ถุงมือยางสำหรับตรวจโรคทั่วไป จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม ดูดเสมหะเป็นระยะ ให้จังหวะผู้ที่ดูดเสมหะได้พักหายใจบ้าง คอยสังเกตอาการของผู้ป่วยอยู่เสมอ

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม และทดสอบแรงดันของเครื่องดูดเสมหะ
  2. ล้างมือให้สะอาด
  3. บอกให้ผู้สูงอายุรับทราบ
  4. ใส่ถุงมือตรวจโรค หยิบสายดูดเสมหะต่อเข้ากับเครื่อง โดยมือข้างถนัดจับปลายสาย และอีกข้างจับสายระบายเสมหะ ระวังไม่ให้สายยางดูดเสมหะสกปรก หรือสัมผัสกับสิ่งอื่นๆ
  5. เปิดเครื่องดูดเสมหะ บอกให้ผู้สูงอายุทราบอีกครั้ง
  6. เปิดบริเวณข้อต่อตัววาย (Y - tube) หรือพับสายยางดูดเสมหะนั้นไว้ พร้อมสอดสายยางเข้าช่องปาก ด้วยความนุ่มนวล
  7. นขณะดูดเสมหะไม่ควรดูดนาน แล้วค่อยๆถอยสายยางดูดเสมหะออกอย่างเบาๆและนุ่มนวล ให้มีช่วงจังหวะหยุดพักให้ผู้สูงอายุได้หายใจหรือได้รับออกซิเจน
  8. ระหว่างดูดเสมหะให้สังเกตลักษณะของเสมหะ สี ปริมาณ รวมทั้งสังเกตดูว่ามีสีเลือดปนหรือไม่ สังเกตการหายใจ และสีผิวของผู้สูงอายุ
  9. หากผู้สูงอายุเกร็ง หรือมีฟันในช่องปาก สามารถใช้ mouth gag โดยสอดเข้าช่องปากเพื่อนำทางสายยางดูดเสมหะได้ง่าย
  10. เมื่อดูดเสมหะเรียบร้อยจ ล้างสายยางดูดเสมหะในน้ำสำหรับล้างสาย แล้วเก็บสายยางดูดเสมหะและถุงมือทิ้งถังขยะ
  11. ปิดเครื่องดูดเสมหะ
  12. จัดท่าผู้สูงอายุให้สุขสบาย สังเกตลักษณะของสีผิว อัตราการหายใจ และอัตราการเต้นชีพจรของผู้สูงอายุ

2. ดูดเสมหะทางหลอดทางเดินหายใจเทียม

           ต้องมีความระมัดระวังเรื่องความสะอาดมากเป็นพิเศษ ถุงมือควรเป็นแบบสเตอไรด์ที่สะอาด

  1. เตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างให้พร้อม แจ้งให้ผู้สูงอายุทราบ กรณีมีเสมหะมากให้ดูแลเคาะปอดเพื่อไล่เสมหะโดยจัดท่าผู้สูงอายุตะแคงกึ่งคว่ำ
  2. ล้างมือให้สะอาด
  3. ใส่ถุงมือให้ใช้เป็นแบบถุงมือสเตอไรด์ ระวังไม่ให้สายยางดูดเสมหะสกปรก หรือสัมผัสกับสิ่งอื่นๆ โดยมืออีกข้างจับสายระบายเสมหะ
  4. เปิดเครื่องดูดเสมหะ บอกให้ผู้สูงอายุทราบอีกครั้ง
  5. เปิดบริเวณข้อต่อตัววาย (Y - tube) หรือพับสายยางดูดเสมหะนั้นไว้ พร้อมสอดสายยางลงในหลอดหายใจเทียม โดยใส่ให้ลึกจนรู้สึกติด และดึงขึ้นมาเล็กน้อยค่อยๆหมุนสายไปรอบๆ แล้วค่อยๆถอยสายยางดูดเสมหะออกอย่างเบาๆและนุ่มนวล
  6. การดูดเสมหะแต่ละครั้งไม่เกิน 10 วินาที เมื่อดูดเสมหะครั้งที่ 1 แล้ว ผู้สูงอายุยังมีเสียงเสมหะอยู่ ให้ผู้สูงอายุหายใจเข้าออกประมาณ 10 วินาที หรือในผู้สูงอายุที่ได้รับออกซิเจน แล้วดูดเสมหะอีกครั้ง
  7. ในกรณีที่ผู้สูงอายุมีการเจาะคอ ควรดูดเสมหะจากหลอดทางเดินหายใจเทียมก่อน แล้วจึงดูดเสมหะในปากต่อ
  8. เมื่อดูดเสมหะเรียบร้อยจนทางเดินหายใจโล่ง ล้างสายยางดูดเสมหะในน้ำสำหรับล้างสาย แล้วเก็บสายยางดูดเสมหะและถุงมือทิ้งถังขยะ
  9. ปิดเครื่องดูดเสมหะ
  10. จัดท่าผู้สูงอายุให้สุขสบาย สังเกตลักษณะของสีผิว อัตราการหายใจ และอัตราการเต้นชีพจรของผู้สูงอายุ

แนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องดูดเสมหะ

  1. งบประมาณที่ต้องการ โดยเครื่องดูดเสมหะที่วางขายจะมีให้เลือกตั้งแต่ราคา 2,500 บาท จนถึง ราคาหลักหมื่นขึ้นไป
  2. รูปแบบการใช้งาน ใช้ที่บ้านอย่างเดียว หรือ ถ้ามีการใช้ระหว่างการเคลื่อนย้าย เดินทาง ก็ต้องพิจารณารุ่นที่มีแบตเตอรี่สำรอง หรือ สามารถชาร์ทไฟในรถได้
  3. ลักษณะของคนไข้ หากคนไข้มีเสมหะที่เหนียวข้นมาก หรือ ใช้ในสถานที่ๆมีคนไข้หลายคน ต้องคำนึงเรื่องแรงดูดของเครื่องด้วย
  4. บริการหลังการขาย สอบถามให้ชัดเจนว่าร้านที่เราซื้อนั้น มีบริการหลังการขายหรือไม่ (โดยปกติจะมีประกัน 1 ปี) ต้องสอบถามว่าหลังหมดประกันแล้ว ต้องติดต่อให้ใครช่วยดูแล
  5. รายละเอียดอื่นๆ ที่อาจใช้พิจารณาในการตัดสินใจเช่น น้ำหนักของเครื่อง ระดับเสียงว่าดังแค่ไหนระหว่างดูดเสมหะ คุณภาพของวัสดุเครื่องถึงแม้เครื่องดูดเสมหะในตลาดหลากหลายยี่ห้อนั้นจะมาจากแหล่งผลิตที่แตกต่างกันแต่ในเรื่องของการนำเข้าสินค้านั้น ผู้นำเข้าสินค้าต้องยื่นเรื่องขอใบอนุญาตนำเข้าและแสดงเอกสารรับรองมาตรฐานอยู่แล้ว จึงควรเลือกซื้อกับบริษัทนำเข้าสินค้าที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้ ในบทความนี้เราได้เปรียบเทียบเครื่องดูดเสมหะ เพื่อให้ครอบครัวที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อเป็นแนวทางการเลือกซื้อได้ตามงบประมาณและลักษณะการใช้งาน

ข้อควรระวัง

  • กรณีผู้ป่วยมีอาการออกซิเจนน้อยลง ควรเพิ่มออกซิเจน ให้แรงดันของเครื่องดูดเสมหะที่ใช้ในการดูดเสมหะค่าที่เหมาะสม ประมาณ 80-150 มิลลิเมตรปรอท ถ้าสูงกว่านี้จะทำให้ปอดแฟบ เนื้อเยื่อขาดออกซิเจน อาจเกิดการบาดเจ็บของเยื่อบุทางเดินหายใจได้
  • ดูดเสมหะเมื่อจำเป็น คือ ทำเมื่อมีอาการไอ หายใจลำบาก หายใจมีเสียงเสมหะ ความเข้มข้นของออกซิเจนต่ำกะทันหัน
  • กรณีเสมหะไม่มาก หรือต้องการดูน้ำลายอย่างเดียวอาจจะใช้หลอดดูดน้ำลายแทนสายดูดเสมหะ
  • การเพิ่มออกซิเจนให้กับผู้สูงอายุ ก่อนและหลังการดูดเสมหะ เนื่องจากในขณะดูดเสมหะจะก่อให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจน
  • เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของผู้สูงอายุขณะดูดเสมหะ เช่น การเต้นของหัวใจ อาการซีด หอบเหนื่อย ความเข้มข้นของออกซิเจน 
  • สิ่งที่ต้องระมัดระวังในการดูดเสมหะ คือ การปรับแรงดันการดูดเสมหะให้เหมาะสมตามที่แพทย์แนะนำ เพื่อป้องกันเลือดออกและการเกิดอาการระคายเคืองต่อเยื่อบุและเนื้อเยื้อต่างๆ โดยความดันที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่ 110–120 มม.ปรอท หรือหากเสมหะเหนียวข้นอาจเพิ่มแรงดันตามที่แพทย์แนะนำ นอกจากนั้นการเลือกสายดูดเสมหะต้องเลือกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางที่เหมาะสมสำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ขนาด 12-14 French ที่สำคัญควรทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

http://www.urnurse.net/nurse-basic-suction.html http://www.ns.mahidol.ac.th/english/th/departments/FN/th/km/km_Suction.html

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้