แบรนด์
บทความ
ไมเกรน Migraine คืออะไร สาเหตุและอาการที่พบบ่อย
แผลกดทับ (Bed sore) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และแนวทางป้องกัน
เส้นเลือดขอด (Varicose Vein) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง
ภูมิแพ้ทางผิวหนัง (Skin Allergy) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการป้องกัน
ริดสีดวงทวารหนัก (Hemorrhoids) คืออะไร? อาการและสาเหตุที่ควรรู้
กระดูกพรุน (Osteoporosis) คืออะไร? ปัจจัยเสี่ยงและอันตรายที่ควรรู้
ความจำเสื่อมและอัลไซเมอร์ (Dementia/Alzheimer’s) คืออะไร? อาการและความสำคัญในการดูแล
โรคเก๊าท์ (Gout) คืออะไร? สาเหตุและความเสี่ยงจากกรดยูริกสูง
ความดันโลหิตสูง (Hypertension) คืออะไร? สาเหตุและความเสี่ยงที่ควรรู้
ท้องผูก (Constipation) คืออะไร? สาเหตุและผลกระทบที่ควรรู้
กรดไหลย้อน (GERD) คืออะไร? สาเหตุและอาการที่ควรรู้
ภูมิแพ้ทางเดินหายใจ (Respiratory Allergy) คืออะไร? อาการและชนิดที่พบได้บ่อย
ตาแห้ง (Dry Eyes) คืออะไร? สาเหตุ อาการ และการดูแลเบื้องต้น
สิว (Acne) คืออะไร? สาเหตุและประเภทที่ควรรู้
ผมร่วง (Hair Loss) คืออะไร? สาเหตุและระดับที่ถือว่าปกติ
เวชสำอางเติมเต็มความชุ่มชื้น เลือกอย่างไรให้ผิวฟื้นกลับมาเนียนนุ่ม
เวชสำอางสำหรับสิว (Acne Dermocosmetics) เลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิวและลดการอุดตัน
ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด แสงแดดคืออะไร ? เลือก Sun Block และ Sun Screen อย่างไรให้เหมาะกับผิว
ผิวริ้วรอย..แก่ก่อนวัย (Wrinkle Skin) สาเหตุและวิธีดูแลให้ผิวกลับมาเต่งตึง
ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) สาเหตุ อาการ และแนวทางดูแล
แผ่นมาส์กผิวหน้า (Facial mask) ประโยชน์และวิธีเลือกสูตรให้เหมาะกับสภาพผิว
ผิวบอบบางแพ้ง่าย สาเหตุและวิธีดูแลให้ผิวแข็งแรงขึ้น
ฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ สาเหตุและแนวทางดูแลผิวให้กลับมาสดใส
แชมพูกำจัดรังแค (Anti-Dandruff Shampoo) เลือกอย่างไรให้ตรงสาเหตุและแก้ปัญหาได้จริง
ผลิตภัณฑ์ป้องกันผมร่วง (Anti-Hair loss Shampoo) เลือกแชมพูอย่างไรให้ช่วยบำรุงรากผมแข็งแรง
หนังศีรษะบอบบาง (Sensitive scalp Shampoo)
เวชสำอางสำหรับผิวแตกลาย (Anti Stretch Mark) วิธีเลือกและการดูแลให้รอยจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ผลิตภัณฑ์สำหรับจุดซ่อนเร้น
อโรมาเธอราพี (Aromatherapy) คืออะไร และประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหย
บำรุงรอบดวงตา เคล็ดลับลดรอยคล้ำและริ้วรอยให้ดูอ่อนเยาว์
ถังออกซิเจน (Oxygen Tank) คืออะไร? การใช้งานและความสำคัญต่อผู้ป่วยที่มีภาวะออกซิเจนต่ำ
เครื่องผลิตออกซิเจน (Oxygen Concentrator) คืออะไร? หลักการทำงานและประโยชน์ต่อผู้ป่วย
เครื่องพ่นยา (Portable Phlegm Nebulizer) คืออะไร? การทำงานและประโยชน์ต่อผู้ป่วยทางเดินหายใจ
รถเข็นผู้ป่วย (Wheel Chair) คืออะไร? ประโยชน์และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกใช้
อุปกรณ์สวนล้างลำไส้ คืออะไร ประโยชน์และสิ่งที่ควรรู้ก่อนใช้งาน
อุปกรณ์พยุงเข่า (Knee Supporter) คืออะไร? ประโยชน์และการเลือกใช้งาน
สเปรย์น้ำทะเลเจือจางล้างจมูก คืออะไร? ประโยชน์และการใช้งาน
อุปกรณ์ล้างจมูก (Nasal Rinsing System) คืออะไร? ประโยชน์และวิธีใช้งานที่ควรรู้
น้ำเกลือ (Normal Saline) คืออะไร? การใช้งานและข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อ
อุปกรณ์วัดออกซิเจนปลายนิ้ว (Fingertip Oximeter) คืออะไร? วิธีใช้งานและการอ่านค่า
ถุงให้อาหาร (Nutrition Bag) คืออะไร? คุณสมบัติและการใช้งานสำหรับผู้ป่วยให้อาหารทางสายยาง
เครื่องวัดความดันโลหิต (Blood Pressure Monitor) คืออะไร ประเภท วิธีใช้ และสิ่งที่ควรรู้ก่อนเลือกซื้อ
ที่นอนลม Mattress คืออะไร ประเภทและคุณสมบัติที่เหมาะกับผู้ป่วยติดเตียง
เบาะเจลป้องกันแผลกดทับ (Anti-Bedsore Gel Cushion) คืออะไร? คุณสมบัติและประโยชน์ต่อผู้ป่วย
เครื่องตรวจวัดน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose Monitor) คืออะไร? คุณสมบัติและใครบ้างที่ควรใช้
สารอาหาร
กระชายดำ (Krachaidum)
เห็ดหลินจือ (Reishi)
ผลกุหลาบป่า (Rose Hip)
หลินจือสกัด (Lingzhi Extract)
D-Manose
Licorice (Glycyrrhiza glabra)
แอล-ซิสเทอีน L-Cysteine
สารสกัดจากมิลเลท Millet Extract
วาเลอเลียน Valerian คืออะไร สมุนไพรช่วยนอนหลับและลดความกังวล
ทีทรีออยล์ (Tea tree oil)
วิตามินรวม คืออะไร? ประโยชน์และเหตุผลที่ควรเสริมในชีวิตประจำวัน
Echinacea (เอคไคเนเชีย) คืออะไร? สมุนไพรเสริมภูมิคุ้มกันและบรรเทาอาการหวัด
คอนโดรอิติน (Chondroitin) คืออะไร? ประโยชน์ต่อข้อเข่าเสื่อมและการดูแลสุขภาพข้อ
น้ำมันโบราจ (Borage Oil) คืออะไร? น้ำมันโบราจแหล่ง GLA ที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้หญิง
สารสกัดเมล่อน Melon Extract (SOD)
วิธีสั่งซื้อ
อุปกรณ์สวนล้างลำไส้ เป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับการทำความสะอาดลำไส้ใหญ่ด้วยน้ำหรือสารละลายตามแนวทางการดูแลสุขภาพบางรูปแบบ ผู้ที่ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์ชนิดนี้มักต้องการทราบว่ามีแบบใดบ้าง ใช้งานอย่างไร และควรพิจารณาปัจจัยใดก่อนเลือกใช้ บทความนี้สรุปข้อมูลเชิงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเภทอุปกรณ์ ขั้นตอนการใช้งานโดยทั่วไป และข้อควรระวังที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจภาพรวมอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ
ชุดสวนล้างแบบถุง (Enema Bag Kit)
ประกอบด้วยถุงบรรจุน้ำ สายยาง และหัวสวน
ใช้แรงโน้มถ่วงในการปล่อยน้ำเข้าสู่ลำไส้
พบได้ทั้งในรูปแบบใช้ที่บ้านและสถานพยาบาล
ชุดสวนล้างแบบถัง (Enema Bucket Set)
ลักษณะคล้ายแบบถุง แต่ใช้ถังแขวนแทน
วัสดุอาจเป็นสเตนเลสหรือพลาสติกเกรดทางการแพทย์
เครื่องสวนล้างลำไส้ระบบปิด (Colon Hydrotherapy Machine)
ใช้ในคลินิกหรือสถานบริการเฉพาะทาง
ควบคุมแรงดันและปริมาณน้ำได้แม่นยำ
มีระบบกรองและควบคุมอุณหภูมิ
หมายเหตุ: ขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามประเภทอุปกรณ์และคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
เตรียมน้ำสะอาดในอุณหภูมิที่เหมาะสม
ประกอบอุปกรณ์ให้ครบถ้วน ตรวจสอบการรั่วซึม
จัดท่าทางให้เหมาะสมตามคำแนะนำ
ปล่อยน้ำเข้าสู่ลำไส้อย่างช้า ๆ
รอระยะเวลาตามคำแนะนำก่อนขับถ่าย
การปฏิบัติตามคู่มือของผู้ผลิตและคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์เป็นสิ่งสำคัญ
อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมลำไส้ก่อนการตรวจหรือหัตถการบางประเภท
ช่วยให้ลำไส้ว่างชั่วคราวตามวัตถุประสงค์ทางการแพทย์
อาจเกิดอาการปวดเกร็งท้องหรือไม่สบายท้อง
การใช้งานไม่ถูกวิธีอาจทำให้เกิดการระคายเคือง
การใช้บ่อยครั้งโดยไม่มีคำแนะนำทางการแพทย์อาจส่งผลต่อสมดุลของร่างกาย
การพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ
มาตรฐานวัสดุ: ควรเป็นวัสดุที่เหมาะสมต่อการใช้งานภายในร่างกาย
ระบบควบคุมแรงดันน้ำ: ลดความเสี่ยงจากแรงดันที่ไม่เหมาะสม
การทำความสะอาดและการเก็บรักษา: ควรล้างและทำให้แห้งทุกครั้งหลังใช้งาน
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้งาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับลำไส้
ผู้ที่มีโรคลำไส้อักเสบ
ผู้ที่เพิ่งผ่าตัดบริเวณช่องท้อง
หญิงตั้งครรภ์
ผู้ที่มีภาวะเลือดออกทางเดินอาหาร
หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องรุนแรง เลือดออก หรือเวียนศีรษะ ควรหยุดใช้งานและพบแพทย์ทันที
ประโยชน์หลักของการสวนล้างลำไส้ในบริบททางการแพทย์ ได้แก่
การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจทางเดินอาหาร
เช่น การตรวจบางประเภทที่ต้องการให้ลำไส้สะอาด
การจัดการภาวะท้องผูกเฉียบพลันบางกรณี
ภายใต้คำแนะนำของแพทย์
อย่างไรก็ตาม การใช้งานควรมีวัตถุประสงค์ชัดเจนและอยู่ภายใต้คำแนะนำที่เหมาะสม
อุปกรณ์สวนล้างลำไส้มีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชุดพื้นฐานสำหรับใช้ที่บ้านไปจนถึงเครื่องระบบปิดในสถานบริการเฉพาะทาง การเลือกใช้อุปกรณ์ควรพิจารณาความเหมาะสม ความปลอดภัย และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างรอบคอบและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
อุปกรณ์สวนล้างลำไส้ คือการใช้อุปกรณ์ใส่น้ำหรือสารบางอย่าง เช่น น้ำเกลือ (NSS) บีบสวนเข้าทางทวารหนักเพื่อให้น้ำเข้าไปกวาดเอาสิ่งสกปรก แล้วขับออกมาทางอุจจาระ (ลักษณะคล้ายการเร่งถ่าย) เป็นการกำจัดสารพิษ สิ่งสกปรก ที่ตกค้างในร่างกายออกมา จริงๆ ช่วยแก้ปัญหาท้องผูก อุจจาระไม่ออก บรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) ท้องผูกสลับกับท้องเสีย อาจมีส่วนช่วยให้น้ำหนักลดลงชั่วคราว เพราะถ่ายของเสียออกมา และอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ เพราะของเสียที่ตกค้างเป็นเวลานาน อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งได้
1. ดีท็อกระดับล่าง เป็นการสวนลำไส้ในช่วง 30 เซนติเมตร ของลำไส้ โดยใช้น้ำผสมกับกาแฟหรือสมุนไพรอย่าง ยี่หร่า กานพลู น้ำมะนาว น้ำส้มมะขาม การดีท็อกซ์ระดับล่างนี้สามารถทำด้วยตัวเองได้ที่บ้าน
2. ดีท็อกซ์ระดับบน เป็นการสวนล้างลำไส้ใหญ่ความยาว 150 เซนติเมตร โดยใช้น้ำอุ่นประมาณ 25 ลิตร การดีท็อกซ์แบบนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่าเครื่องล้างลำไส้ colonic การดีท็อกซ์ลําไส้ระดับบนจำเป็นต้องทำที่สถานพยาบาลที่มีเครื่องล้างลำไส้เท่านั้น เพราะจะต้องมีการควบคุมอุณหภูมิ แรงดันและปริมาณของน้ำ โดยแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทาง การดีท็อกซ์ลําไส้ระดับบนจะสามารถทำความสะอาดคราบตะกรันได้ดีกว่าการดีท็อกซ์ระดับล่างเนื่องจากน้ำยาจะถูกเครื่องล้างลำไส้ส่งผ่านอย่างต่อเนื่อง ผู้ถูกสวนล้างลำไส้สามารถขับถ่ายได้ตลอดเวลาในขณะเดียวกันแพทย์จะทำการนวดหน้าท้องเพื่อให้คราบตะกรันที่จับอยู่ในลำไส้หรือเศษอุจจาระที่ติดอยู่ตามผนังลำไส้อ่อนตัว และไหลออกมา
หลังจากการทำ Detox แล้วอาจจะมีอาการปวดถ่ายต่อเนื่อง 1-2 ครั้งในวันเดียวกัน เนื่องจากน้ำยาที่ยังคงเหลืออยู่ในลำไส้ บางคนอาจมีอาการท้องผูกเนื่องจากการบีบตัวของลำไส้ช้าลง หลังจากนั้นไม่นานจะกลับสู่สภาวะปกติสามารถขับถ่ายได้สะดวกมากขึ้นและปริมาณมากขึ้น
การดีท็อกลำไส้นอกจากจะเป็นการขจัดสารพิษออกจากร่างกายขจัดคราบตะกันกับอาหารสิ่งสกปรกที่อยู่ในลำไส้ออกไป ยังจะทำให้เรารู้สึกโล่งสบายไม่แน่นท้องก็ปี้กระเป๋าและยังช่วยทำให้ลำไส้ใหญ่ทำงานให้ดีทำงานได้ดีมากขึ้นสามารถตีเป็นจังหวะตามปกติที่ควรจะส่งผลให้ผลักดันของเสียออกจากร่างกายได้เร็วไม่ตกค้างทำให้การดูดซึมสารอาหารจำพวกวิตามินและเกลือแร่กลับสู่ร่างกายได้สะดวกขึ้นและทำให้แบคทีเรียชนิดดีเพิ่มจำนวนเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะช่วยควบคุมปริมาณแบคทีเรียชนิดไม่ดีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
โดยปกติแล้วหากเรามีสุขภาพปกติการดีท็อกซ์เป็นเพียงช่วยเสริมสุขภาพ จึงควรทำ 3 ครั้งต่อเดือนหรือปี 1 2-3 ครั้งก็ได้แต่ถ้าคุณมีอาการท้องผูกคุณควร ทำ3 เดือนครั้งแต่หากมีอาการท้องผูกเรื้อรังควรทำเดือนละ 1 ครั้งจนกว่าอาการท้องผุจะดีขึ้น
สำหรับการทำดีท็อกซ์สามารถทำได้กับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปรวมทั้งผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามการทําดีท๊อกมีข้อห้ามสำหรับบุคคลที่มีอาการดังต่อไปนี้ตั้งครรภ์ภาวะไตวายภาวะเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติโรคความดันโลหิตโรคหัวใจขาดเลือดเส้นเลือดโป่งพองภาวะโลหิตจางมีภาวะลำไส้อุดตันมีเลือดออกจางทางทวารหนักก่อนทำสามวันเพิ่งผ่านการผ่าตัดช่องคลอดช่องท้องไม่เกิน 6 สัปดาห์ผ่าตัดริดสีดวงผ่าตัดลำไส้ใหญ่มะเร็ง
อุปกรณ์ในชุดประกอบด้วย อุปกรณ์สวนล้างลำไส้ /ชุดสวนล้างสารพิษ
-ถุงดีท๊อกซ์พร้อมสาย 1 ชุด
-กาแฟดีท๊อกซ์
-กระดาษซับน้ำรองกันเปื้อน 1 แผ่น
-เจลหล่อลื่นดีท๊อกซ์ 1ซอง
การดีท็อกซ์ด้วยการสวนล้างลำไส้ มีประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ดังนี้
เราสามารถทำดีท็อกลำไส้ได้เองที่บ้านด้วยสูตรง่ายๆ
น้ำมะนาวและน้ำอุ่นใช้น้ำมะนาวครึ่งลูกใส่ลงในน้ำอุ่น 1 แก้วดื่มหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้าเป็นประจำทุกวันเมื่อทำครบ 21 วันสุขภาพจะดีขึ้นทั้งภายในและภายนอกจนเราสัมผัสได้
นมสดและกล้วยน้ำว้านมสดรสจืด 2 กล่องรับประทานพร้อมกล้วยน้ำว้า 2 ลูกหรือปั่นรวมกันดื่มตอนท้องว่างหลังจากตื่นนอนช่วงเวลาก่อน 7 โมงเช้าเป็นการช่วยกระตุ้นการขับถ่ายทำติดต่อกัน 3 วันจะช่วยให้ขับถ่ายเป็นเวลามากขึ้น
น้ำอุ่นและเม็ดแมงลักแช่น้ำอุ่นแช่ไว้ประมาณ 30 นาทีให้เม็ดแมงลักพองตัวเต็มที่ดื่มก่อนเข้านอน 1-2 ชั่วโมง ดื่มทุกวันหรือสัปดาห์ละ 3-4 วันเม็ดแมงลักจะช่วยกระตุ้นประสาทรอบรอบนำไส้ให้รู้สึกอยากขับถ่ายและดูดซึมไขมันเลวให้ออกมาพร้อมกับอุจจาระ
ดีท็อกซ์ เป็นการขับสารพิษจากร่างกายทำให้ร่างกายกลับสู่สมดุลรวมทั้งทำให้ระบบการทำงานต่างๆภายในร่างกายดีขึ้น สามารถไปทำได้ที่สถานพยาบาลหรือสามารถทำเองที่บ้านอยากใช้วิธีไหนลองทำดูนะคะเผื่อสุขภาพจะได้ดีขึ้น
โดยปกติร่างกายมีกลไกการกำจัดสารพิษและสิ่งสกปรกออกได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว แพทย์จะสวนล้างลำไส้ในกรณีที่เห็นสมควรเท่านั้น เช่น ผู้ที่มีปัญหาท้องผูกอย่างหนัก ผู้ที่กำลังจะรับการผ่าตัดบางชนิด ผู้ที่กำลังจะรับการเอกซเรย์ลำไส้ (และกลัวอุจจาระบังภาพ)
ดังนั้น การดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ ควรทำเฉพาะเวลาที่มีปัญหาอันสมควรเท่านั้น หรือเลือกทำด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น ดื่มน้ำมากๆ กินผักผลไม้สม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงอาหารย่อยยาก
1. ผู้ที่ทำการดีท็อกซ์ อาจใช้อุปกรณ์ และวิธีการสวนทวารที่ไม่ถูกต้อง ไม่ได้ศึกษาวิธีการทำอย่างละเอียดจากแพทย์ จนทำให้เกิดบาดแผลที่รูทวาร หรือเกิดการติดเชื้อได้
2. การสวนทวารเองโดยไม่มีความจำเป็นบ่อยๆ อาจทำให้ระบบขับถ่ายในร่างกายไม่สามารถทำงานได้เองอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องพึ่งการสวนทวารเพื่อการขับถ่ายแต่เพียงอย่างเดียว ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับถ่ายได้เองอีกต่อไป
3. การดีท็อกซ์บ่อยๆ ร่างกายอาจสูญเสียน้ำมากเกินไป จนอาจเสี่ยงต่ออาการช็อค และเสียชีวิตในเวลาต่อมาได้
4. การดีท็อกซ์ลำไส้บ่อยๆ จนเกินความจำเป็น เป็นการลดปริมาณแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ออกไปด้วย ซึ่งหากร่างกายขาดแบคทีเรียกลุ่มดีที่อยู่ในลำไส้ ก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายในหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องระบบการย่อยอาหาร และระบบภูมิคุ้มกันเชื้อโรค ที่ทำให้ร่างกายป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่ไม่ดีจากอาหารการกินได้น้อยลง
5. นอกจากการสวนทวารเพื่อดีท๊อกซ์ลำไส้จะไม่ได้ช่วยในเรื่องของการขับล้างสารพิษ ตัวการก่อโรคต่างๆ ออกจากร่างกายแล้ว คนที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคที่เกี่ยวกับลำไส้ ความดันโลหิตสูง เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยช่องท้องอักเสบ และผู้ที่มีร่างกายอ่อนเพลียอยู่แล้ว ไม่ควรดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยวิธีสวนทวารเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้
การดีท็อกซ์ลำไส้ที่ปลอดภัย มาจากการทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทานผัก ผลไม้ ธัญพืช ที่มีกากใยอาหารตามธรรมชาติ ดื่มน้ำมากๆ ทานโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว เพื่อช่วยเพิ่มแลคทีเรียที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย หรือจะลองสูตรน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นทาน 2-3 อึกทุกเช้าก็ได้
สินค้าที่เกี่ยวข้อง
สินค้าของแท้
ส่งเร็วทันใจ
เปลี่ยน/คืนได้ภายใน 7 วัน
รีวิวมากมายจากผู้ใช้จริง