365WECARE

วิตามินพี คืออะไร

วิตามินพี (Vitamin P) หรือ ไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoids) เป็นกลุ่มสารประกอบจากพืชที่มีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกัน โดยคำว่า “P” มาจากคำว่า Permeability ซึ่งหมายถึงการควบคุมการซึมผ่านของเส้นเลือดฝอย

วิตามินพีมีชื่อเรียกอื่น ๆ เช่น

  • Hesperidin

  • Rutin

  • Citrus Bioflavonoids

  • Vitamin C Complex

สารกลุ่มนี้จัดเป็นสารที่ละลายน้ำและมักพบร่วมกับวิตามินซีในธรรมชาติ โดยทำหน้าที่ช่วยเสริมการทำงานของวิตามินซีในร่างกาย

วิตามินพีประกอบด้วยสารหลายชนิด เช่น

  • เฮสเพอริดิน (Hesperidin)

  • ซิตริน (Citrin)

  • รูติน (Rutin)

  • ฟลาโวนอล (Flavonols)

  • ฟลาโวน (Flavones)

สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์มักเป็นสารสีเหลืองหรือสีส้มที่พบในผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ผลไม้ในกลุ่มส้ม

ความสำคัญของวิตามินพีต่อร่างกาย

วิตามินพีมีบทบาทสำคัญในการทำงานร่วมกับวิตามินซี และเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอยและเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน

การทำงานร่วมกับวิตามินซี

วิตามินพีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมและการทำงานของวิตามินซี รวมถึงช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของวิตามินซีจากกระบวนการออกซิเดชัน

ความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอย

สารไบโอฟลาโวนอยด์มีบทบาทในการช่วยสนับสนุนความแข็งแรงของผนังหลอดเลือดและเส้นเลือดฝอย

ประโยชน์ของวิตามินพี

วิตามินพีมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น

  • ช่วยสนับสนุนการทำงานของวิตามินซี

  • เกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของเส้นเลือดฝอย

  • มีบทบาทในกระบวนการต้านอนุมูลอิสระ

  • เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

  • เกี่ยวข้องกับสุขภาพผิว

บทบาทที่เกี่ยวข้องกับเส้นเลือด

ไบโอฟลาโวนอยด์มีความเกี่ยวข้องกับความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะเลือดออกง่ายหรือรอยฟกช้ำ

อาการที่อาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินพี

แม้ว่าวิตามินพีจะพบได้ในอาหารหลายชนิด แต่การได้รับไม่เพียงพออาจมีความเกี่ยวข้องกับอาการบางอย่าง เช่น

  • เส้นเลือดฝอยเปราะง่าย

  • เลือดออกตามไรฟัน

  • รอยฟกช้ำเกิดง่าย

  • สุขภาพผิวไม่สดใส

อาหารที่มีวิตามินพีสูง

วิตามินพีพบได้มากในผักและผลไม้ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

ผลไม้ที่มีวิตามินพี

  • มะนาว

  • ส้ม

  • ส้มโอ

  • ฝรั่ง

  • องุ่น

  • แอพริคอต

  • ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผักและอาหารอื่น ๆ

  • พริกหวาน

  • มะเขือเทศ

  • บรอกโคลี

  • แคนตาลูป

  • รำข้าว

  • บัควีท

นอกจากนี้วิตามินพียังพบมากใน กากใยสีขาวของผลไม้ตระกูลส้ม

รูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามินพี

วิตามินพีมีจำหน่ายในรูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายรูปแบบ เช่น

รูปแบบที่พบในท้องตลาด

  • ไบโอฟลาโวนอยด์แบบแยกเดี่ยว

  • สูตรผสมกับวิตามินซี (Vitamin C Complex)

ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจประกอบด้วยสารสำคัญ เช่น

  • Hesperidin

  • Rutin

แนวทางการรับประทานวิตามินพี

ปัจจุบันยังไม่มีคำแนะนำอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับปริมาณวิตามินพีที่ควรได้รับต่อวัน

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลจากการศึกษาบางส่วนที่กล่าวถึงการรับประทานวิตามินพีร่วมกับวิตามินซี เช่น

  • ไบโอฟลาโวนอยด์ประมาณ 100 มิลลิกรัม

  • ร่วมกับวิตามินซีประมาณ 500 มิลลิกรัม

การรับประทานวิตามินพีควรพิจารณาตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่อวิตามินพีในอาหาร

วิตามินพีอาจเสื่อมสภาพได้จากหลายปัจจัย เช่น

  • แสง

  • ความร้อน

  • ออกซิเจน

  • การปรุงอาหาร

  • การสูบบุหรี่

ดังนั้นการรับประทานผักและผลไม้สดจึงอาจช่วยให้ได้รับไบโอฟลาโวนอยด์ในปริมาณที่เหมาะสม

กลุ่มคนที่อาจพิจารณารับประทานวิตามินพีเสริม

บางกลุ่มอาจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีไบโอฟลาโวนอยด์ เช่น

  • ผู้ที่มีเลือดออกตามไรฟัน

  • ผู้ที่มีรอยฟกช้ำเกิดง่าย

  • ผู้ที่ต้องการเสริมการทำงานของวิตามินซี

การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารควรอ่านคำแนะนำบนฉลากและพิจารณาตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล

หมายเหตุ

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค

โปรดอ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค

ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ 

 
 

สินค้าที่เกี่ยวข้อง

365wecare call365wecare Line365wecare Facebook365wecare Tiktok
วิธีสั่งซื้อสินค้า|เงื่อนไขการคืนสินค้า| ฝ่ายบริการลูกค้า 080-365-3696
ติดตามเราได้ที่  

หน้าหลัก

แบรนด์

shopping_cart
0

ตะกร้าสินค้า

โปรโมชั่น

บทความน่ารู้